สาเหตุของอาการปวดท้องเมน ที่เป็นผู้หญิงต้องรู้ไว้!

สาเหตุของอาการปวดท้องเมน ที่เป็นผู้หญิงต้องรู้ไว้!

สาเหตุของอาการปวดท้องเมน ที่เป็นผู้หญิงต้องรู้ไว้!

สาเหตุของอาการปวดท้องเมน ที่เป็นผู้หญิงต้องรู้ไว้! ปวดท้องเมนเป็นอาการที่สาว ๆ ทุกคนคงรู้จักเป็นอย่างดี เพราะเป็นอาการที่ต้องเป็นประจำและมักก่อให้เกิดปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน บางคนอาจขาดเรียนหรือลางานกลางคัน แม้ว่าหลายคนคิดว่าเป็นแค่เรื่องธรรมดา แต่บางครั้งอาการปวดท้องเมนอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่กว่าที่เราคิด

โดยปกติแล้ว ผู้หญิงจะเสี่ยงต่อการปวดท้องเมนมากกว่าปกติหากอายุน้อยกว่า 30 ปี มีประจำเดือนครั้งแรกตอนอายุน้อย โดยอาจมีในช่วงอายุ 11 ปีหรือต่ำกว่านั้น เลือดประจำเดือนไหลออกมามากเกินไป ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ไม่เคยตั้งครรภ์ น้ำหนักมากกว่าเกณฑ์ คนในครอบครัวมีประวัติเคยปวดท้องเมนมาก่อน รวมถึงดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ก็มีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน

ผู้หญิงจำนวนมากมีอาการปวดท้องก่อนมีประจำเดือน 1-2 วัน และระหว่างมีประจำเดือนในช่วงวันแรกๆ อาการปวดประจำเดือน (dysmenorrhea) มีตั้งแต่อาการปวดหน่วงหรือปวดเกร็งเล็กน้อย ไปจนถึงอาการปวดขั้นรุนแรงบริเวณท้องน้อยและอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดหลังด้านล่าง คลื่นไส้อาเจียน เหงื่อออก ท้องเสียหรือท้องผูก ท้องอืด เวียนศีรษะและปวดศีรษะ เป็นต้น

สาเหตุของอาการปวดท้องเมน ที่เป็นผู้หญิงต้องรู้ไว้!

สาเหตุของปวดท้องเมน

ปวดท้องเมนเป็นอาการปวดท้องน้อยที่เกิดจากการบีบตัวของกล้ามเนื้อมดลูกหรือเยื่อบุโพรงมดลูก เพื่อให้ร่างกายขับเนื้อเยื่อภายในมดลูกให้หลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือนตามปกติ แต่การบีบตัวของกล้ามเนื้อที่รุนแรงเกินไปในระหว่างการมีประจำเดือนอาจไปกดทับหลอดเลือดบริเวณใกล้เคียงจนขาดออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงมดลูก จึงทำให้เกิดเป็นอาการปวดเกร็งตามมา นอกจากนี้ ร่างกายในช่วงที่มีประจำเดือนจะผลิตสารโพรสตาแกลนดิน (Prostaglandin) ที่เป็นสารก่อให้เกิดอาการปวดและอักเสบ อีกทั้งยังกระตุ้นให้กล้ามเนื้อมดลูกบีบตัวมากขึ้นด้วย

อาการปวดท้องเมนของผู้หญิงแต่ละคนจะแตกต่างกัน แต่ปกติแล้วจะเกิดขึ้นในช่วง 1-2 วัน ก่อนมีประจำเดือนหรือวันแรก ๆ หลังมีประจำเดือน ซึ่งอาการอาจปวดมากหรือปวดน้อยก็ได้ โดยทั่วไปจะมีอาการปวดเมนนาน 12-72 ชั่วโมง บางคนอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย หรือท้องเสียร่วมด้วย แต่หากเป็นอาการปวดท้องเมนที่ผิดปกติจะเกิดจากความผิดปกติของมดลูกหรือปัญหาเกี่ยวกับอวัยวะสืบพันธุ์ โดยอาการมักแตกต่างไปตามโรคต้นเหตุ เช่น

  • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญอยู่นอกโพรงมดลูกพบมากที่บริเวณปีกมดลูก รังไข่ และเนื้อเยื่อเชิงกราน ภาวะนี้จะทำให้ผู้ป่วยปวดท้องเมนมาก โดยอาจปวดนานติดต่อกันกว่า 6 เดือน โดยอาการปวดอาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ช่วงก่อนและในระหว่างการมีประจำเดือน อาจกินระยะเวลานานกว่า 1 สัปดาห์ในแต่ละรอบเดือน ซึ่งในระยะยาวอาจนำไปสู่ภาวะมีบุตรยากได้ด้วย

  • กลุ่มอาการถุงน้ำจำนวนมากในรังไข่ (PCOS: Polycystic Ovary Syndrome)

PCOS เป็นความผิดปกติของระดับฮอร์โมนเพศชายอย่างแอนโดรเจนและฮอร์โมนอื่นๆ ในร่างกายผู้หญิง โดยเฉพาะในวัยเจริญพันธุ์ ทำให้เกิดถุงน้ำขนาดเล็กจำนวนมากในรังไข่ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีประจำเดือนที่ผิดปกติ เช่น ประจำเดือนไม่มาติดต่อกันนานหลายเดือน ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ประจำเดือนมานาน เป็นต้น

  • เนื้องอกมดลูก

เนื้องอกมดลูกส่วนใหญ่จะเป็นเนื้องอกไม่อันตรายและไม่ค่อยพัฒนาไปเป็นมะเร็งมดลูก ลักษณะก้อนเนื้องอกจะมีขนาดเล็กใหญ่ต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคน โดยจะพบในกลุ่มผู้หญิงอายุประมาณ 30-50 ปี ผู้ป่วยอาจไม่มีอาการใด ๆ แสดงออกมา แต่บางรายอาจปวดท้องเมนอย่างรุนแรง มีประจำเดือนมามากและนานกว่า 1 สัปดาห์ด้วย 

  • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญในกล้ามเนื้อมดลูก

เยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญเติบโตในกล้ามเนื้อของผนังมดลูกจะทำให้ผนังมดลูกหนามากขึ้น มดลูกมีขนาดใหญ่ขึ้น เกิดพังผืด และเกิดการอักเสบตามมา ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่มีอาการใด ๆ แต่ถ้าเยื่อบุเจริญเติบโตจนกินพื้นที่กล้ามเนื้อมดลูกเข้าไปมากอาจทำให้มีอาการปวดท้องเมนเป็นเวลานาน ประจำเดือนมามากและนานกว่าปกติ และอาจมีลิ่มเลือดปนมากับเลือดประจำเดือน

  • อุ้งเชิงกรานอักเสบ

เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในระบบอวัยวะสืบพันธุ์ สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อย่างหนองในหรือหนองในเทียม แม้อาการหลักจะเป็นการปวดที่อุ้งเชิงกราน แต่ก็ส่งผลให้ผู้ป่วยปวดท้องเมน มีเลือดออกผิดปกติจากช่องคลอด หรือตกขาวมีกลิ่นเหม็นด้วยได้

  • ปากมดลูกตีบ

ปากมดลูกที่เปิดออกเพียงเล็กน้อยอาจไปขัดขวางการไหลของเลือดประจำเดือน ทำให้เกิดแรงกดดันภายในมดลูกเพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดอาการปวดท้องเมน ประจำเดือนมาไม่ปกติ และประจำเดือนมาน้อยได้

สาเหตุของอาการปวดท้องเมน ที่เป็นผู้หญิงต้องรู้ไว้!

การป้องกันและบรรเทาอาการปวดประจำเดือน

หากมีอาการปวดประจำเดือน ผู้ป่วยสามารถดูแลรักษาตัวเองได้โดย

  • ใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบท้องน้อยและหลัง
  • อาบน้ำอุ่น
  • ใช้เทคนิคการผ่อนคลาย เช่น โยคะหรือนั่งสมาธิ
  • รับประทานยาต้านการอักเสบชนิดไม่มีสเตียรอยด์ (NSAIDs) ควรรับประทานเมื่อเริ่มมีอาการปวดหรือก่อนมีอาการปวด การรับประทานยาแก้ปวดอาจมีผลข้างเคียง ดังนั้นควรใช้เมื่อมีอาการปวดอย่างรุนแรงเท่านั้น
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • รับประทานผักและผลไม้ ลดปริมาณอาหารที่มีไขมัน เกลือ เครื่องดื่มผสมคาเฟอีน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และขนมหวาน

แต่หากการปวดท้องเมนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันมากจนเกินไป คาดว่าอาจมีสาเหตุมาจากปัญหาสุขภาพในข้างต้น อาการแย่ลงเรื่อย ๆ หรือเริ่มมีอาการปวดอย่างรุนแรงหลังอายุ 25 ปี ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาที่เหมาะสมเสียแต่เนิ่น ๆ

สาเหตุของอาการปวดท้องเมน ที่เป็นผู้หญิงต้องรู้ไว้!

อาการที่เสี่ยงเป็นช็อกโกแลตซีสต์

  • ปวดท้องมากผิดปกติเวลามีประจำเดือน และปวดมากขึ้นๆ ทุกเดือน โดยอาจจะปวดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ตั้งแต่สะดือไปถึงอุ้งเชิงกรานและตั้งแต่บั้นเอวไปถึงก้นกบ รวมถึงการปวดท้องน้อยเวลามีเพศสัมพันธ์
  • ประจำเดือนมามากผิดปกติ หรือนานกว่า 7 วัน และการมีเลือดออกทางช่องคลอดอย่างผิดปกติ
  • ประจำเดือนมาถี่ หรือระยะห่างระหว่างที่เป็นประจำเดือนแต่ละรอบสั้นกว่าปกติ คือมีมากกว่าเดือนละ 2 ครั้ง
  • ปัสสาวะบ่อยขึ้นกว่าปกติ อาจเป็นเพราะก้อนซีสต์มีขนาดใหญ่ และไปเบียดกระเพาะปัสสาวะจนทำให้เกิดการทำงานที่ผิดปกติ
  • ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นเลือดในช่วงมีประจำเดือน
  • ถ้าเป็นคนผอมแต่มีพุง ให้ตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีถุงน้ำขนาดใหญ่เกิดขึ้นภายในท้อง
  • ปวดไมเกรนบ่อยๆ โดยเฉพาะช่วงก่อนและระหว่างมีประจำเดือน
  • บางรายอาจไม่มีอาการใดๆแสดงออกมาเลยแต่คลำพบก้อนแข็งบริเวณท้องน้อยซึ่งอาจจะอยู่ตรงกลางหรือด้านข้าง เนื่องจากถุงน้ำโตขึ้นจนมีขนาดใหญ่และอยู่ในระยะที่เป็นอันตราย
  • บางรายตรวจพบว่าโรคนี้เป็นสาเหตุของการมีบุตรยากเนื่องจากท่อนำไข่ตีบตัน ทำให้ไข่ไม่สามารถเดินทางได้สะดวก ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งผลพวงที่มีสาเหตุมาจากช็อกโกแลตซีสต์ เพราะเมื่อเยื่อบุนี้ไปเกาะอยู่บนรังไข่ ทำให้รังไข่มีพื้นในการผลิตไข่และสร้างฮอร์โมนน้อยลง เพราะถูกแทนที่ด้วยช็อกโกแลตซีสต์ไข่ที่ผลิตได้ก็ด้อยคุณภาพ และยังทำให้ท่อรังไข่คดงอ ไข่กับอสุจิที่ผสมกันแล้วจึงผ่านมาฝังตัวได้อย่างไม่สมบูรณ์

หากสำรวจตัวเองแล้วพบว่ามีอาการดังที่กล่าวมานี้ ก็ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเลยว่าคุณอาจกำลังป่วยเป็นช็อกโกแลตซีสต์ จึงควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและหาทางจัดการต่อไป ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้จนลุกลามกลายเป็นระยะที่รุนแรง

7 เมนูอาหารไทยท้องถิ่นภาคเหนือ ที่ต้องลอง! ขึ้นชื่อว่าภาคเหนือ ทุกคนคงจะนึกถึงภูเขาที่รายล้อมรอบ ๆ ตัวเมืองต่าง ๆ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มองแล้วสบายตาไปหมด แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่ยังคงความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ไม่แพ้สถานที่ท่องเที่ยวเลยก็คือ อาหารท้องถิ่นของภาคเหนือ

บทความน่าสนใจ : ทำกินเองอร่อยกว่า กับ 6 เมนูทำง่ายไม่ง้อเชฟ